วันอังคารที่ 13 มกราคม 2569 เวลา 13.30 น. ดร.พรปวีณ์ คงนันทิพัฒน์ ศึกษาธิการจังหวัดสิงห์บุรี มอบหมายนางสาวจงกล เรือนงาม ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาการศึกษา เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดสิงห์บุรี ครั้งที่ 1/2569 เพื่อติดตามผลการดำเนินงานในปี 2568 พร้อมวางแนวทางปฏิบัติการเชิงรุกและพิจารณางบประมาณเพื่อยกระดับความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยเน้นการบูรณาการทุกภาคส่วน โดยมีนางสาววีรวรรณ จันทนเสวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีเป็นประธานในการประชุม ณ ห้องประชุมขุนสรรค์ พันเรือง ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรี ในที่ประชุมได้รายงานผลการขับเคลื่อนงานในปีงบประมาณ 2568 ซึ่งครอบคลุมทั้ง 3 ด้านหลัก ได้แก่
ด้านการดำเนินคดี (Prosecution): มีการจัดประชุมทีมสหวิชาชีพเพื่อคัดแยกผู้เสียหายอย่างเป็นระบบ ณ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสิงห์บุรี และมีการตรวจสถานประกอบการ/พื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่องกว่า 170 ครั้ง โดยบูรณาการกำลังจากทั้งตำรวจ ภูธรจังหวัด, ตรวจคนเข้าเมือง และฝ่ายปกครอง
ด้านการป้องกัน (Protection): จัดกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ (Blue Heart) และโครงการเสริมสร้างความตระหนักรู้ให้แก่เด็ก เยาวชน และอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ในพื้นที่
ด้านการคุ้มครองช่วยเหลือ (Prevention): ดำเนินการติดตามเยี่ยมบ้านผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ เพื่อให้มั่นใจว่าได้รับการดูแลและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ที่ประชุมได้มีการหารือถึงผลการจัดระดับประเทศไทยใน TIP Report 2025 (ระดับ Tier 2) โดยจังหวัดสิงห์บุรีพร้อมขานรับข้อเสนอแนะสำคัญ 11 ข้อ อาทิ:
* การบังคับใช้กลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism: NRM) อย่างเต็มรูปแบบเพื่อระบุตัวตนผู้เสียหาย
* การยึดผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง (Victim-centered) และคำนึงถึงบาดแผลทางจิตใจ (Trauma-informed) ในการสัมภาษณ์คัดแยก
* การเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจแรงงานเพื่อป้องกันการบังคับใช้แรงงานในภาคประมงและอุตสาหกรรมอื่นๆ
สำหรับการดำเนินงานในปี 2569 คณะอนุกรรมการฯ ได้พิจารณาแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์จังหวัดสิงห์บุรี จำนวน 19 โครงการ โดยมุ่งเน้นไปที่ 4 แนวทางพัฒนาหลัก
นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาอนุมัติ โครงการเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพ อพม. ให้รู้เท่าทันภัยการค้ามนุษย์ เพื่อสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังในระดับพื้นที่จำนวน 60 คน เพื่อให้สามารถแจ้งเบาะแสและระวังภัยให้แก่คนในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“หากประชาชนพบเห็นเบาะแสที่เข้าข่ายการค้ามนุษย์ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง”


